Profilo di AOMOAAOMOA's SPACEFotoBlogElenchiAltro ![]() | Guida |
อิน!!
อยากหลับตาและนอนหลับชั่วนิรันดร์ เพื่อจะสานต่อ เรื่องราวความฝัน ที่สวยงาม ของหัวใจ
....อยาก พบเจอเธอ แม้จะเป็นแค่ฝัน ....
ตราบใดที่ยังมีเธอ ฉันจะขอนอนอยู่อย่างนั้น...
เพลงนี้ให้อารมณ์เดียวกับเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
อารมณ์ที่ ทำอะไรในชีวิตจริงไม่ได้ ...เอาวะ แค่ฝัน กะจินตนาการเอาก็พอ.... หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน...............!!! My Liverpoolคนถามว่าสาวสวยหน้าตาน่ารักคนนี้ไหงชอบดูบอลได้เยี่ยงชายชาตรี...แล้วทำไมต้องเป็นทีมลิเวอร์พูลด้วยก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เกิดมา ภาพข้างฝาที่พ่อแม่หามาแปะให้ดูก็เป็นตาลุง เอียน รัช แล้วอ่ะ หุหุ ประมาณว่าสายเลือดลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เกิด พอโตมาพี่ชายบังเกิดเกล้าก็สอนให้เรียกเป็ดเรียกไก่ ว่า หงส์ๆๆๆๆๆ .....เลือดหงส์เลยติดตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.... แล้วก็ยัดเยียดความเป็น The Kop มาให้แม่หนูน้อยผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ว่าหนูเกิดมาในตระกูลลิเวอร์พูลนะน้องรัก..... เพียงแต่ตอนนี้ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดที่แอนฟิลด์ชั่วคราวเท่านั้น....อ้าวเพ่ ยี่สิบกว่าปีผ่านไปไหงหนูยังเหยียบย่ำอยู่ผืนดินไทยอยู่ล่ะ !! แล้วก็โดนสอนให้ดูบอลตั้งแต่ประถม ดูบอลรู้เรื่องประมาณป.3 แต่เก็บความภาคภูมิใจไว้เงียบๆ ไม่บอกใคร เพราะตอนนั้นเพื่อนๆ ต่างเล่นบาร์บี้ และกระโดดหนังยางกันเท่านั้น ใครจะมาคุยเรื่องฟุตบอลกะเจ้าเด็กน้อยคนนี้ กระทั่งโตมา ก็ยังยืนหยัดดูบอลกะพี่ชายมาโดยตลอด และเก็บเงียบเป็นความลับไว้ ...ความลับที่ชั้นซ่อนไว้ ไม่เคยบอกใคร๊... แต่ความลับก็ปิดไม่มิด จนต้องมาเปิดเผยแก่เพื่อนฝูงเมื่อตอนมัธยม เพราะเลือดหงส์มันเข้มข้นเกินไปแล้ว เพื่อนร่วมหอต้องทนกับการนั่งแหกปากเชียร์บอลของเราดึกๆ ดื่นๆ...เวลาไปเที่ยวตอนกลางคืนแล้วมีถ่ายทอดบอล พวกมันก็ต้องชินกับท่าเชียร์บอลแทนท่าเต้น.... ฟุตบอลกลายเป็นจิตใต้สำนึกของไอ้อ้อมมันไปซะแล้ว...จะมีแฟนก็ต้องขอให้เกี่ยวกับบอลไว้ก่อน (เอากะมันสิ)...ที่จริงเป็นเรื่องบังเอิญหรอก เพราะผู้ชายเกือบทุกคนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลอยู่ในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นนักบอล, เล่นเกมส์ (โดยส่วนใหญ่จะเล่นวินนิ่ง), เล่นบอล (พนัน), ฯลฯ ...ถ้าคุณเป็นผู้ชายก็เลือกเอาซักอัน อิอิ แล้วถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นลิเวอร์พูล...เท่าที่ตามเชียร์ลิเวอร์พูลมาตั้งแต่แบเบาะ จะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะการคัดเลือกนักเตะรูปหล่อเข้ามาร่วมทีม (อิอิ) ไม่มีการแข่งขันครั้งไหนที่ลิเวอร์พูลจะขาดคนหล่อ จิงมั๊ย (ดูรูปสไลด์ประกอบ)....อาจจะมีบางครั้งที่ผจก.ทีมเผลอเลือกอัปลักษณ์แมนเข้ามาอยู่ในทีมมันก็จะแบบว่าเก่งสุดๆ ไม่ก็อึดโคตรๆ แต่ก็มักจะถูกถ่วงดุลด้วยผู้เล่นหน้าตาดีๆ เสมอ นี่เป็นข้อดีประการแรก... ประการต่อมาคือ การชอบให้แฟนๆ ได้บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ ด้วยการเล่นเก่งบ้าง ไม่เก่งบ้าง ตามใจชั้น ให้เราได้ตามลุ้นเชียร์ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ....ชนะทีมเก่ง แพ้ทีมห่วย ให้เราได้ประหลาดใจเป็นพักๆ โดยเฉพาะฟอร์มปัจจุบัน มันทำให้เราได้บริหารสมอง และฝึกการควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี.... ข้อดีมีมากอย่างนี้ ไม่รักได้ที่ไหน..............ใช่ป่าว?? ***โปรดสังเกต : ลิเวอร์พูลชอบใช้ผจก. ทีมหน้าตาคล้ายกัน โดยเฉพาะ 2 – 3 คนหลังนี่ยิ่งหน้าคล้ายกันเข้าไปใหญ่ สงสัยกลัวนักเตะสับสน เลยหาคนที่มันหน้าตาเหมือนๆ กันซะงั้น *** หน้าโหลทั้งๆ ที่ไม่เคยดู หนังเรื่องseason change เลยไม่รู้ว่าน้องนารถ นางร้ายหรือนางรองเรื่องนี้ หน้าตาเป็นยังไง
ใครเจอก็บอกว่าเราหน้าเหมือน บางคนเอียงคอดูแล้วดูอีก (อะไรของมัน) บอกว่าเหมือนๆๆ พึ่งจะเคยเห็นตอนที่พี่ที่ทำงานเอาโปสเตอร์หนังมาล้อเลียน
เนี่ยแหละ ถึงจะเห็นว่าคุณน้องเค้าหน้าตายังไง
ไหน ใครเข้ามาดู มาบอกหน่อยดิ๊ ว่าหน้าไม่เห็นเหมือนเลย อ้อมสวยกว่าเยอะ(คอนเฟิร์มๆๆๆ) อิอิ บ้ากว่าด้วย เรื่องของเจ้าเสือเรื่องของเจ้าเสือ เจ้าเสือ 2 ขวบ ร้องไห้งอแงอยู่ ยาย : เสือน้อยคับ เด็กดีต้องไม่ร้องไห้ เจ้าเสือมองหน้ายาย เหยเก ....(คงอยากเป็นเด็กดี ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเด็กดีหน้าตาเหมือนตัวเองรึเปล่า) เจ้าเสือ : คับ...อิ๊กๆๆ (มันคือ...เสียงสะอื้น)
.......ที่เนอสเซอรี่ เจ้าเสือเล่นกับขนุนเพื่อนซี้ อยู่ๆ เจ้าเสือก็ไปกัดแขนขนุนเข้า ขนุน : จ๊ากก...แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ เจ้าเสือ : ขนุนคับ .... เด็กดีต้องไม่ร้องไห้ ขนุน : …..!!! (คิดในใจ โตมามึงโดนกูเตะแน่ ไอ้เสือ......ฮึ่มๆ !!)
การกลับมาของเหลือเกิน กับซาบซึ้งเหลือเกิน : ไอ้ซาบซึ้ง...กูถามหน่อยว่าการพูดเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก.... กับการพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย อันไหน ยากกว่ากัน?? ซาบซึ้ง : ไม่รู้ดิ่ คงยากพอๆ กันล่ะมั๊ง เหลือเกิน : แล้วคนเรา หายใจเข้าก่อน หรือหายใจออกก่อนกัน?? ซาบซึ้ง : ไม่ถามกูเลยล่ะว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เหลือเกิน : คำถามง่ายๆ แค่นี้กูไม่ตอบหรอก... มึงตอบกูมาก่อนดิ่ ซาบซึ้ง : คำถามปัญญาอ่อน กูก็ไม่ตอบหรอก เหลือเกิน : นั่นไง เพราะมึงไม่รู้ใช่ป่ะ เพราะมันไม่มีตำตอบที่ถูกที่สุด ก็เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ซาบซึ้ง : มึงจะมาgetประเด็นไรเนี่ย มาเป็นปรัชญาทีเดียว….สาดดดดดด เหลือเกิน : งั้นเข้าประเด็นเลยนะ... มึงว่ามีกิ๊ก กะแดกเหล้า อันไหนผิดมากกว่ากัน ซาบซึ้ง : ผิดทั้งคู่น่ะแหละ เหลือเกิน : ผิดยังไง ซาบซึ้ง : ก็รู้ว่ามันไม่ดียังจะทำอยู่ได้ เหลือเกิน : ฉลาดนี่หว่า เห็นโง่มาตั้งนาน ไม่คิดว่าจะพูดฉลาดๆ กะเค้าได้มั่ง 5555 ซาบซึ้ง : ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดด เหลือเกิน : มันมีผลทางจิตใจเว้ย ทั้งสองอย่างเลย ซาบซึ้ง : มีผลยังไง เหลือเกิน : นั่นไง...กูว่าแล้ว โง่ๆ อย่างมึงนี่ คงไม่เข้าใจหรอก ซาบซึ้ง : ก็มีเพื่อนปากหมาอย่างมึงนี่ไงกูถึงไม่ฉลาดซะที แล้วมึงจะบอกมั๊ยว่ามันยังไง เหลือเกิน : ก็สนอง need มึงไง มึงกินเหล้าเพราะอยากเมา อยากหนุก... แล้วมึงมีกิ๊กก็เพราะมึงชอบ มีใครซักคนมาสร้างสีสันให้ชีวิตเฉาๆ ของมึง มันก็ดีไม่น้อยใช่แมะ ยิ่งถ้ากิ๊กมึงมีอะไรต่างจากแฟนตัวเองเนี่ย ชีวิตมันยิ่งมีความสุข ซาบซึ้ง : เออ จริงด้วย เหมือนกินน้ำเปล่าทุกวัน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมีประโยชน์กว่าเหล้า มันก็น่าเบื่อ เลยแดกเหล้าแม่งเลย มันจะได้เมา ชีวิตมีสีสันอีกหน่อย ใช่มั๊ยมึง เหลือเกิน : อ้าว ฉลาดอีกแล้วนะเนี่ย…นั่นแหละ กูก็จะหมายความว่าอย่างนั้นไง แต่พอมึงแดกเหล้าไปเรื่อยๆ บ่อยๆ มันก็เป็นผลเสียใช่ป่าว ในที่สุดมึงก็ต้องลดลงๆ แต่น้ำเปล่าอ่ะ มึงต้องบริโภคทุกวัน ไปจนตายนั่นแหละมึง ซาบซึ้ง : เออ นั่นดิ่ แต่ตอนนี้กูยังไม่เป็นตับแข็งตาย กูก็กินต่อไปได้ อิอิ เหลือเกิน : อืม มึงนี่พูดฉลาดกะพูดโง่ๆ สลับกันไปก็ได้เนอะ....โคตรเซียนเลย ซาบซึ้ง : สาดดดด...ขอบใจที่ชมกูนะมึง เก็บหมาไว้ในปากมึงเหอะ กูขี้เกียจยล เหลือเกิน : สิ่งที่กูหมายความ คือ การเปรียบเทียบแฟนกับกิ๊ก แฟนคือรัก กิ๊กคือชอบ ซาบซึ้ง : ม่ายช่าย กูรู้...... สิ่งที่มึงหมายความคือ แฟนคือน้ำเปล่า กิ๊กคือเหล้า ช่ายป่าวๆ เหลือเกิน : รู้ดีจริงมึง ... เออ ก็เปรียบเทียบเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ซักหน่อย ถึงแม้ว่าแฟนจะเป็นน้ำเปล่า ไร้รสชาติ ไร้สีสัน แต่ก็มีประโยชน์กับร่างกายมากกว่าเหล้า แต่กิ๊ก กับเหล้ามันเหมือนกันตรงที่ว่า ขำขำเป็นบางช่วงเวลาของชีวิตไง ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตไปจนตาย ซักวันหนึ่งเราก็ต้องเลิก มันขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้นแหละ ซาบซึ้ง : แล้วเมื่อไร่มึงจะเลิกเหล้า เหลือเกิน : แล้วถ้าให้มึงเลือกระหว่างเหล้ากับกิ๊ก มึงจะเลือกเลิกอะไรก่อน ซาบซึ้ง : ไม่รู้ว่ะ ตัดสินใจยาก เหลือเกิน : นั่นน่ะสิ ตัดสินใจยากนะมึงตอนนี้น่ะ...รออนาคตก่อนละกัน5555555 ซาบซึ้ง : สาดดดดดดดดด ............กูว่าแล้ว เหลือเกิน : แล้วตอนนี้กูไปหากิ๊ก หรือไปกินเหล้ากะมึงก่อนดีวะ ซาบซึ้ง : ไปกะกูเด๊............. เหลือเกิน : เออ ป่ะ
แล้วทั้งสองคนก็จบด้วยการร่ำสุราเช่นเคย
คำสารภาพ ตอนที่ 1คำสารภาพ ตัวละคร 1 : เหลือเกิน ตัวละคร 2 : ซาบซึ้ง
Chapter 1 : Introduction .... บทสนทนาระหว่างคน 2 คน เริ่มต้นขึ้น...จากเหตุการณ์นองเลือดที่พึ่งผ่านพ้นไปไม่นาน
ซาบซึ้ง : มึงเริ่มเล่นแช็ทตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เหลือเกิน : ตั้งแต่มอ 2 มอ 3 ว่ะ ซาบซึ้ง : เล่นทำไมวะ เหลือเกิน : กูอยากลอง...ลองของอ่ะ มึงไม่เคยดูรายการไนท์ตี้ช็อกเหรอ ซาบซึ้ง : (แอบคิดในใจ แม่ง... เก่าเหี้ย...ไอ้บ้านนอก...) มึงเล่นไรวะตอนนั้น เหลือเกิน : ไอซีคิว มึงรู้จักป่ะ กูเล่นตั้งแต่มันเข้ามาไทยใหม่ๆ เลยนะเมิง ซาบซึ้ง : รู้ดิ่ กูเด็กแนว เหลือเกิน : เชี่ย...สมัย ไอซีคิวเริ่ม เด็กแนวยังไม่เกิดเลยมึง มั่วโคตร ซาบซึ้ง : เออ ช่างกู กูเป็นพ่อเด็กแนวว่ะ 555....แล้วมึงเล่นนานป่ะ เหลือเกิน : ไม่นาน 2-3 อาทิตย์ ก็เลิก เพราะร้านเน็ตข้างบ้านมันเจ๊ง ซาบซึ่ง : อ้าว...ซะงั้น แล้วมึงเลิกไปเลยเหรอ เหลือเกิน : เออ เลิกไปเลย ... จนมามีเมลของตัวเองใช้ตอน ม.ปลายว่ะ แล้ว MSN มันก็เข้ามา ซาบซึ้ง : มึงก็เล่นเหรอ คุยกะใครวะ เหลือเกิน : ป่าว ไม่ได้เล่น นั่งมองเฉยๆ กูเล่นไม่เป็น ซาบซึ้ง : สาดดดดดดดดดดดด เหลือเกิน : จนเพื่อนกูมาสอนเล่น กูก็เล่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซาบซึ้ง : มึงคุยกะใคร เหลือเกิน : ในลิสต์ มีแต่เพื่อน กะคนรู้จัก ไม่ถึง 10 คน นานๆ เล่นที ซาบซึ้ง : นานแค่ไหน เหลือเกิน : ก็นานๆ ประมาณ เดือนนึง ไม่เกิน 2 ครั้ง ซาบซึ้ง : เล่นแล้วเจอแฟนเลยป่าว เหลือเกิน : ม่ายอ่ะ กูไม่มีรสนิยมหาแฟนทางเน็ต ซาบซึ้ง : แล้วกิ๊กล่ะ เหลือเกิน : ไม่เคยคิดเหมือนกัน กูคุยกะเพื่อนกูนะเฟ้ย จะเอาเพื่อนมาเป็นกิ๊กเรอะ ม่ายอาวอ่ะ ซาบซึ้ง : กูไม่เชื่อมึงหรอก เหลือเกิน : แล้วใครบอกว่ากูพูดจริงล่ะ ซาบซึ้ง : สาดดดดดดด ....กูว่าแล้ว เหลือเกิน : เมื่อวันก่อนพึ่งมีเรื่องเพราะเอ็ม ซาบซึ้ง : ข่าวดังนะมึง ขึ้นหน้าหนึ่งเลย อะไรนะ.... แช็ตมรณะ ลวงฆ่าผ่านเอ็ม เหลือเกิน : แสดดดดดดดด ถ้ากูโดนฆ่า....แล้วนี่มึงนั่งคุยกะอาม่ามึงเรอะ ซาบซึ้ง : อ้าว งั้นมึงก็เล่ามาดิ่ เหลือเกิน : ก้อคือว่า......... คำสารภาพ ตอนที่ 2Chapter 2 : The story from Skoye เหลือเกิน : กูเป็น NGO ซาบซึ้ง : เออ กูก็รู้อยู่ เล่ามาเหอะ อย่าลีลา เหลือเกิน : อ้าวไอ้นี่....จะเล่าทั้งที มันต้องมีที่มา ซาบซึ้ง : มึงไม่รำอวยพรซักรอบไปเลยล่ะ แสดดด เหลือเกิน : (ซ่ง...ตีง...) เป็น NGO เนี่ย กูก็ต้องทำงานกะเด็กๆ ในชุมชน แบบไปทำกิจกรรม หรือสอนหนังสือ ไรแบบเนี่ย มีหนังสือเอามาบริจาคกะกูได้ ซาบซึ้ง : เอาเพลย์บอย หรือ FHM แมะ กูจะบริจาค เอาไปสอนมัน จะได้ทันโลก กร๊ากกกกกกกกก เหลือเกิน : เชี่ย มึงจะฟังดีๆ ได้แมะ …นิ่งๆ อ่ะ นิ่งๆ อย่าแหล่น...ขอร้อง ซาบซึ้ง : อ่าวก็กูมีปากนิ่...เออๆ เล่ามา เหลือเกิน : วันนึงกูก็ไปออกชุมชน มีเด็กในชุมชนคนนึง อายุซัก 14-15 นี่แหละ ดูสก๊อยมั่กๆ มาถามว่า “ครูขาๆ นังปลาดิบ(นามสมมุติ) มันติดแชทค่ะ มันโดนผู้ชายหลอกผ่านแช็ต หนูเตือนมัน มันก็ไม่ฟัง ครูไปบอกมันมีสิคะ..บลาๆๆๆๆ”..จากประสบการณ์กู กูก็ว่าเด็กสมัยนี้มันโดนหลอกง่ายดีเว้ย ผ่านแชตแบบไม่เห็นหน้าเห็นตาเนี่ยนะ ซาบซึ้ง : แล้วมึงว่าไง เหลือเกิน : กูก็คิดในใจ เด็กพวกนี้ แม่งง่าวววว่ะ โดนหลอกง่ายๆ.... แต่ก็ว่าไรไม่ได้เนอะ เมื่อไม่นานมานี้ครูบาอาจารย์แท้ๆ การศึกษาก็ดี ดันโดนลวงฆ่าผ่านแชทมาแล้วก็มี นับประสาอะไรกับเด็กสก๊อยอย่างนังหนูปลาดิบนี่ ......กูก็เลยให้มันไปตามอีหนูปลาดิบมาหา มาคุยกัน ...แต่แม่ง อีหนูปลาดิบ พาเพื่อนมาอีกเป็นสิบ สก๊อยด้วยกันทั้งนั้น ...กูก็ตกใจสิ อ้าว ไหงพาเพื่อนมาเยอะงี๊ล่ะ...มันก็บอกว่าพวกเพื่อนมันอยากฟังด้วยว่าอยากรู้ว่าครูจะสอนหนู เรื่องแชตกับผู้ชายยังไง..........กำ!!!...(ของกู)
ซาบซึ้ง : แล้วมึงว่าไง
เหลือเกิน : กูถามพวกมันไปว่า อยากรู้อะไรเกี่ยวกับแชตนักหนาเหรอปกติครูก็เอาไว้คุยกับเพื่อน แล้วก็คุยเรื่องงาน คนไม่รู้จักกันน่ะ ยากที่เราจะได้คุยกัน เพราะเค้าไม่มีทางรู้เบอร์อีเมลของเราหรอก...พวกมันมองหน้ากู แล้วบอกกูว่า อย่าบอกนะว่าครูไม่เคยใช้บล็ฮก ใช้แคมฟร็อก ใช้ hi5 ฯลฯ…กูคิดในใจ อะไรวะ hi5 แคมฟร็อกมันคงเหมือนๆ พันทิพย์ล่ะมั๊ง ...ลาวมากตอนนั้น
ซาบซึ้ง : ไอ้ห่า...อย่างมึงเนี่ยนะไม่รู้จัก hi5...บ้านน่อกกกกกกกก
เหลือเกิน : เออ ตอนนั้นกูไม่รู้ กูนึกว่ามันเป็นคอมมูนิตี้ หรือกระดานข่าว หรือเวบบอร์ด อะไรพวกนี้ไง ขนาดสเปซ กูยังทำไม่เป็นเลยตอนนั้นน่ะ... กูไม่รู้ว่ามันเป็นเวบบล็ฮก
ซาบซึ้ง : สรุปว่าเด็กพวกนั้นรู้ดีกว่ามึง เหลือเกิน : เออ เด่ะ ตอนนั้นกูยอมรับว่ากูเอ๋อไปพักใหญ่เลยล่ะ...อีหนูปลาดิบมันบอกว่า มันน่ะได้เมลผู้ชายมาจากทางนั้นแหละ เพราะบล็อกพวกเนี่ย จะมีรูป มีเมล ดูรูปถูกใจใครก็แอดกันง่ายๆ เลย คุยกันผ่านกล้องเห็นหน้าเห็นตาแล้วก็คุยๆ กันไปเรื่อยๆ นัดเจอกัน ไปเที่ยวกัน ถึงไหน ถึงไหนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....กูแม่งอึงย้งเลยมึง
ซาบซึ้ง : อะไรของมึง...อึ้งย้ง
เหลือเกิน : กิริยาขั้นพ่อของคำว่าอึ้งกิมกี่.....แม่งเด็กอายุ 14 นะมึง...กูเลยต้องทำใจ ไม่ใช่ว่ากูจะรับเรื่องพวกนี้ไม่ได้นะ ข่าวก็ออกมาแม่งทุกวันๆ กูก็อ่าน กูก็ดู แล้วก็ได้แต่คิดว่ากูคงไม่มาเจอเรื่องอะไรพวกนี้หรอก แต่ที่ไหนได้ มันมาเร็วกว่าที่คิด กูต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะมาสอนพวกมันได้ โดยเฉพาะอีนังปลาดิบเนี่ย ตัวดีเลย พอมันทำได้ มันก็สอนพวกเพื่อนมันทำตาม...ยังจะมีไอ้...แคมฟัก แคมฟร๊อกนั่นอีก ให้ตายเหอะ...กุไม่เคยใช้เลยจริงๆ เด็กสมัยนี้แม่งกล้ากันจริง......พ่อแม่พวกมันก็ไหว้วานพวกกูนี่แหละ ให้ช่วยเตือนๆ มันหน่อย...แล้วกูจะทำยังไงสอนมัน แค่หน้าตาไอ้เวบพวกนี้กูยังไม่เคยเห็นเลย…ก็ได้แต่ตกปากรับคำไปงั้นๆ
ซาบซึ้ง : แล้วไง มึงไปหาหลวงลุงที่วัดให้นั่งทางในบอกมึงเลยป่าวว่า หน้าตามันเป็นยังไง...??
เหลือเกิน : แสดดด.....กูบอกมันไปว่า ไว้คราวหน้าครูจะมาสอนเรื่องนี้กันนะ ขอครูไปหาข้อมูลก่อน...แม่ง มันคงคิดในใจว่ากูเชยยยชิบหาย….ทีมงานกูก็มานั่งประชุมกัน โปรเจคต์ต่อไปที่จะทำคือ “สอนประสบการณ์การใช้เน็ตและแชท” แล้วทุกคนก็หันมาชี้หน้ากูเพื่อให้กูกลับไปศึกษาหาข้อมูล โทษฐานที่ไปรับปากมาสั่วๆ....อึ้งย้งอีกรอบเลยมึง......กูกลับมาออฟฟิศ...เปิดคอม...ต่อเน็ต...ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน...เปิดเมลดีกว่า....เหมือนพระเจ้าเข้าข้างกู...มีเมลจากแฟนกู ที่นานๆ มันจะส่งมาที …..กูก็อยากรู้ว่ามันส่งไรมา เลยเปิดเข้าไปดู มันเป็นออโต้ invite จากเวบบล็อกอันนึง...กูเห็นแล้วก็สมัครแม่งเลย ...ถูๆ ไถๆ ไปงั้นแหละ ไม่ได้จะทำเป็นหร๊อก
ซาบซึ้ง : มึงใช้แคมฟร็อกเลยป่าว ทำเป็นยัง?? ใช้ไม่เป็นกูสอนให้ เหลือเกิน : ไอ้5......กูยังไม่ทันเล่นเลย ICT ก็แม่งมาบล็อกเวบซะงั้น อดเรย แต่ถ้าไม่บล็อกกูก็ไม่เล่นมันหรอก ซาบซึ้ง : ไมวะ.... มึงนั่งมองของตัวเองเรอะ 555557 เหลือเกิน : แสดดดด กูไม่มีตังค์ซื้อกล้องว่ะ อิอิ ซาบซึ้ง : เชี่ย...งกเจง….แล้วมึงสมัครเวบไรล่ะนั่น เหลือเกิน : มันชื่อว่า Zorpia ซาบซึ้ง : ของกูก็มี เหลือเกิน : กูลืมบอกไปว่าที่จริงนี่อี Zorpia นี่ เป็นเวบบล็อกอันที่ 3 ของกูรองจาก blog gang กะ MSN Space ซาบซึ้ง : มึงก็มีนี่หว่า แล้วบอกใช้ไม่เป็น เหลือเกิน : blog gang ทำตามๆ เค้าในพันทิพย์ไง ส่วน MSN Space ลองทำด้วยตัวเอง แต่ไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่ เลยดูพิกล พิการ จนปัจจุบันนี่แหละ ซาบซึ้ง : กูก็ว่า กูเข้าไปดูของมึงนี่ ไม่เห็นมีเหี้ยไรเลย เหลือเกิน : จะมีได้ไง ก็เหี้ยมันไปอยู่กะมึงหมดนี่ เอิ๊กกกกกกกกกๆๆๆ ซาบซึ้ง : สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหลือเกิน : เออ นั่นแหละ กูก็เลยสมัครไปเลย ใจนึงก็ขี้เกียจ ใจนึงก็อยากลองดู ต้องศึกษาเพื่อให้ได้ข้อมูล...แล้วเรื่องมันก็เกิด คำสารภาพ ตอนที่ 3Chapter 3 : Register ซาบซึ้ง : สมัครไรอ่ะ เหลือเกิน : สมัคร Zorpia ก่อนแล้วก็ hi5 ไอ้ hi5 นี่ง่ายหน่อยเพราะเพื่อนกูเล่นเยอะ แต่อี Zorpia นี่กูไม่รู้จักเลย ซาบซึ้ง : สมองอย่างมึงนี่คงนานหน่อยเนอะ เหลือเกิน : กวงตีนนะเมิง จะฟังต่อมะเนี่ย ซาบซึ้ง : ฟังเด่ะ เล่ามาๆ เหลือเกิน : เวลาสมัครเนี่ย เค้าจะให้ใส่รูปใช่ป่ะ กูก็เลือกรูปที่ดูดีๆ หน่อย ใส่ลงไป...อีหนูปลาดิบมันบอกกูว่า มันต้องเลือกรูปที่ดูดีที่สุดในชีวิต แอ๊บแบ๊วหน่อยๆ ใส่ไว้ล่อผู้ชาย ...กูก็เอามั่ง เพื่อที่ว่าเพศตรงข้ามจะได้สนใจ ซาบซึ้ง : หน้าอย่างมึงนี่ มีรูปที่เรียกว่าดูดีด้วยเรอะ เหลือเกิน : ดีกว่าหน้าตาปลาแดกอย่างมึงละกันน่า....ตอนนั้นกูมีอยู่ 2-3 รูป กูก็เอาแม่งรูปพวกนั้นแหละใส่เข้าไป สมัครเรียบร้อย ธรรมดาๆ ไร้ลูกเล่น ...เพราะกูไม่รู้จะทำไง…ไม่รู้ด้วยว่ามันจะไปยังไงต่อ จะไปดูคนอื่นที่ไหน เข้าตรงไหน คลิกตรงไหน ...แม่ง คงอารมณ์เดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เดินเข้ากระทรวงเวทมนต์อ่ะมึง ซาบซึ้ง : ไอ้โง่...... zorpia เนี่ย ถ้าเราล็อกอิน มันจะออโต้ออนไลน์ คนอื่นก็รู้ว่าเราออนไลน์อยู่ด้วย…ทำตัวเหมือนโวลด์เดอร์มอร์ต มีเมียไปได้ เหลือเกิน : ไอ่5...กูพลาดทีนี่มึงเอาใหญ่เลยนะ...แล้วอาไรของเมิง โวลด์เดอร์มอร์ต มีเมีย เกี่ยวไรด้วยวะ ซาบซึ้ง : ช่างแม่งเหอะ...กูเห็นมึงพูดถึงแฮร์รี่ฯ กูเลยเอามั่ง ไม่เกี่ยวกันหรอก เอ้า เล่าต่อเด่ะ เหลือเกิน : ก็อย่างมึงว่าแหละ มีคนเห็นกูออนไลน์ ก็มีคนแอดเข้ามาทันที ซัก 2-3 คนนี่แหละ....แล้วเวบนี้ ทำให้กูได้เจอกับคนคนหนึ่ง ซาบซึ้ง : มันโผล่มายังไง หัว หรือไส้ มาก่อนวะ เหลือเกิน : เชี่ยยยย....มึงหยุดเห่าทีเถอะ กูจะได้เล่าจบๆ.......มันก็แอดเข้ามา กดที่มันกระพริบๆ ที่หน้าเวบอ่ะ กูก็กดรับสิ อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อ… คำสารภาพ ตอนที่ 4Chapter 4 : Por-Laew (ENOUGH) ….คนที่แอดเข้ามาใน 2 – 3 คนนั้น มีคนหนึ่งที่ชื่อว่า “พอแล้ว” ไอ้พอแล้วเนี่ยมันก็ส่งแมสเสจตมาในเวบทักมายสวัสดีอะไรเงี๊ย กูก็ซื่อๆ ไง กูก็เลยตอบมันไปว่า กูพึ่งสมัคร ทำไม่ค่อยเป็น พอแล้วมันก็สอนกูผ่านไอ้เวบนี่แหละ แต่มันช้าไง กูก็ทำไม่ได้ซักที
ซาบซึ้ง : กูว่าแล้ว สมองอย่างมึงเนี่ยน๊า
เหลือเกิน : ไอ้5...กูไม่ใช่เซียนเน็ตขั้นเทพอย่างมึงนี่ ก็ต้องมีงมโข่งกันมั่ง....มันก็เลยขอเมลกู จะได้สอนทำทางเอ็ม กูก็ให้ไป ไอ้คุณพอแล้วเนี่ย มันก็สอนกูทำหน้าเพจ กูก็ทำซะเพลินนนนน.....ล็อกอินเข้าไปใช้ซัก 3-4 วันได้ กูก็นึกได้...อ๋อ มันได้เมลกันอย่างนี้นี่เอง เพราะมีคนเข้ามาแจกเบอร์เอ็มในแมสเซจกูเกือบทุกคนที่กู accept มันนั่นล่ะ … กูก็เก็บข้อมูล เตรียมเอาเข้าที่ประชุม แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ แค่หาที่มาของการได้มาซึ่งอีเมลแปลกหน้ามันยังไม่คูลพอ
ซาบซึ้ง : โอ๋ววว..คูล!!....แนวโคตรพ่อ...ใช้ศัพท์เดะแนวด้วยยย…ไงต่อๆ
เหลือเกิน : มึงนั่งหายใจนิ่งๆ ฟังดีๆ นี่ อากาศมันจะเข้าไปอุดหลอดลมมึงตายรึไง กัดกูจังวุ้ยย....หลังจากสมัคร Zorpia ไป กูก็อัพเดท hi5 กูไปด้วยเรื่อยๆ ก็เหมือนเดิม มีทั้งคนมาแจกเมล แล้วก็ขอเมลเอ็ม... บางคนฉลาดก็แอดเข้ามาในเอ็มเลย แต่กูก็เลือกที่จะแอดเมลเอ็มนะ กูเลือกแล้วได้เมลแปลกหน้ามาประมาณ 5 เมล ทั้งคนไทยและฝรั่ง
ซาบซึ้ง : มึงมีวิธีเลือกแอดยังไงวะ
เหลือเกิน : อืม ถามได้ดี นานๆ ทีมึงจะพูดเหมือนคนพูดซะทีนะ...กูก็ไปดูโพรไฟล์มันดิ่ เลือกที่มันน่าคุยๆ หน่อย พูดง่ายๆ ตามสันดานมนุษย์อ่ะ เราก็มักจะอยากคุยกับคนที่หน้าตาท่าทางไปวัดได้หน่อย พูดง่ายๆ คือดูรวมๆ แล้วดี แต่กูเลือกมาไม่เยอะ พอเป็นกรณีศึกษา
ซาบซึ้ง : ไอ้เหี้ย กูรู้หรอก ที่จริงมึงก็หม้อนี่หว่า อยากคุยกะคนหน้าตาดีไปทั่วแหละ ใครแอดมามึงก็รับใช่ป่ะล่ะ
เหลือเกิน : แสดดดด....ที่จริงกูก็อยากทำงั้นนะ แต่กูมาทำงานนะมึงจะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งคุยกะคนไม่รู้จักได้เป็นร้อยๆ ขนาดนั้น มันก็จริงนะถ้ากุไม่ได้ทำงานประจำอย่างนี้กูคงแอดมั่วไปหมดแล้ว แต่กูขี้เกียจว่ะ บางคนก็เข้ามาพูดจาหวานชวนอ้วก บางคนก็เข้ามาแนวกวนตีน บาคนก็เข้ามาแนวพูดไม่รู้เรื่อง หลายแบบ นี่ให้กูคุยซัก 10 คน กูคงเป็นบ้า จำใครไม่ได้ ผิดๆ ถุกๆ
ซาบซึ้ง : เออ ก็มึงสมองปลาทองนี่หว่า จำชื่อเพื่อนยังผิดๆ ถูกเลย.... ไอ้ควายยยยยย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
เหลือเกิน : เออ กูมันควายสมองปลาทอง ส่วนมึงอ่ะ คงเป็นลิงปากหมาล่ะมั๊ง ซาบซึ้ง : เลิกด่ากูแล้วเล่าต่อเหอะป่ะ ก่อนที่สมองปลาทองของมึงจะจำไรไม่ได้ เหลือเกิน : เออ...แล้วการคุยเอ็มเนี่ย พอหว่านๆ กันไปได้ซักแป๊บ ก็จะเริ่มเข้าสู่การขอเบอร์ ซาบซึ้ง : เข้าทางมึงเลยดิ่ คงแจกทุกคน เหลือเกิน : ไม่เว้ย...พอดีกูมีโทสับ 2 เบอร์ เบอร์เก่าเก่า และเบอร์ผ่านผ่าน ซาบซึ้ง : อะไรของมึง เบอร์เก่าเก่า กะเบอร์ผ่านผ่าน
เหลือเกิน : เบอร์เก่าเก่า คือ เบอร์ที่กูใช้มานานแล้วตั้งแต่มือถือโทรนาทีละ 8 บาทอ่ะ ไม่เคยเปลี่ยนเลย เบอร์นี้เพื่อนกูจะมีหมด เปลี่ยนไม่ได้เดี๋ยวเพื่อนหาย ส่วนอีเบอร์ผ่านผ่าน คือ เบอร์ที่เปิดใหม่เป็นระบบเดียวกะแฟนกู เอาไว้โทรหากันมันจะได้ถูก ใช้ตอนที่แฟนกูอยู่ไกลๆ ไง แต่ตอนนี้มันมาอยู่จังหวัดเดียวกันแล้วเลยว่าจะปิด เพราะเปลืองค่าโทรชิบหายเลย
ซาบซึ้ง : แล้วก็เล่นตั้งชื่อเบอร์ซะกูงง ศัพท์มึงนี่ไม่ผ่านราชบัญฑิตยสภาแน่มึง เสี่ยวววว...โคตร
เหลือเกิน : เออ ช่างกู... เล่าต่อนะ...พอถึงช่วงเวลาแห่งการขอเบอร์กูก็ต้องพลิ้ว ใช่ป่ะ มีคนนึงที่กูคุยชื่อปีโป้ พี่แกมาแนวหว่านล้อมสุดฤทธิ์เลยมึง โอ๊ย ชอบจัง...ชอบมาก...หลงรักสุดๆ...ทำยังไงจะได้คุยด้วยน๊า..บลาๆๆๆ ... ตั้งแต่ได้คุยกะกูครั้งแรกอ่ะมึง แม่งไม่คิดจะคุยเรื่องอื่นเลยนอกจากขอเบอร์...กูก็เก็บข้อมูลสิ....เออ อีปีโป้นี่มาแนวหวานหว่านล้อม เพื่อขอเบอร์…
ซาบซึ้ง : แล้วไอ้ “พอแล้ว” ของมึงล่ะ หายไปไหน เหลือเกิน : เดี๋ยวเด่ะ กะลังจะเล่านี่ไง ใจร้อนจริงเชียว…กับไอ้คุณพอแล้ว กูก็คุยไปเรื่อยๆ แหละ ก็พร้อมๆ กับคุยกะคนอื่นแหละ แต่กลยุทธการขอเบอร์นี่กูเจอทุกรายว่ะ จนกูต้องขึ้นหัวเอ็มว่า “don’t ask for my phone number” เออ กลยุทธ์นี้ได้ผล คนที่กูคุยด้วยก็มาถามว่าถามไม่ได้จริงเหรอ โดยเฉพาะอีปีโป้นี่ แม่งถามกูเลยว่าคิดยังไงกะมัน ... แรกๆ กูก็แทะโลมมันไปตามเรื่อง พอมันถามงี๊กะกูหนักเข้าๆ กูก็เลยบอกว่า ไม่คิดไรเลย จะบ้าป่าว คุยเอ็มกัน 3 วันจะให้คิดไร ก็บอกมันไปตรงๆ เงี๊ย
ซาบซึ้ง : อ้าว...แสดดดด บอกไปงี๊แล้วใครเค้าจะอยากคุยกะมึงล่ะ
เหลือเกิน : เออ ก็ใช่อ่ะดิ่ กูรำคาญนี่หว่าคุยกันนับประโยคได้....มันบอกว่าถ้ากูให้เบอร์แล้ว...จะให้มันไปหาที่ไหนก็ได้ จะยอมทุกอย่าง ขนาดกูบอกว่ากูเป็นกะเหรี่ยงอยู่บนดอย มันยังจะมาหาเลยมึง กูเลยบอกไปว่า กูไม่อยากเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่ง ... “NGO หน้าโง่ โดนหลอกฆ่าผ่านแชต” 5555 ยังไงๆ กูก็ไม่ให้ มันเลยเลิกคุยกะมันไปเลย…เก็บไว้เป็นกรณีศึกษากรณีที่ 1 ...ตอนนี้กูรู้แล้วว่าคำพูดหว่านล้อมของคนในแชตมันใช้ไม้ไหนกัน …พอถึงตอนนี้กูเลยรู้เลยว่า นังหนูปลาดิบอ่ะมันคงโดนหว่านล้อมประมาณนี้แหละ ยิ่งมีกล้องด้วยแล้ว เจอหน้าตาหล่อๆ เข้า คงเคลิ้มหลงเค้าไปเรื่อย ยอมทุกอย่าง หารู้ไม่ว่าโดนหลอก ดีนะยังไม่โดนฆ่า...
ซาบซึ้ง : แล้วมีป่าวที่มึงให้เบอร์ เหลือเกิน : มีเด่ะ...มีสองคน…. ซาบซึ้ง : เชี่ยยย....เห็นแมะกูว่าแล้ว ว่ามึงต้องกะล่อน ให้จนได้ เหลือเกิน : มันมีเหตุผล...คนแรกให้เพราะคุยๆ กันไป เป็นคนทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกันมันชื่อ “งงดี” พี่คนนี้ จะนานๆ มาคุยที คุยเอ็มก่อนนะ พอรู้ว่าทำงานแวดวงเดียวกันก็เลยปรึกษาโน่นนี่ ในฐานะที่เค้าเป็นผู้ใหญ่ เค้าก็ไม่ได้กะลิ้มกะเหลี่ยมากหรอก นานๆ โทรหาที ไม่มีไร ซาบซึ้ง : แล้วมีคนที่มีไรด้วยเหรอ...อีกคนอ่ะที่มึงให้เบอร์ ใครวะ เหลือเกิน : ก็ไอ้พอดีไง...ที่จริงกูไม่ได้ให้มันหรอก แต่มันให้เบอร์กู...... ซาบซึ้ง : มึงไปหลงกลมันได้ไง เหลือเกิน : ไม่รู้ว่ะ คุยไปคุยมา กูว่ามันพูดจาภาษาเดียวกะกู ซาบซึ้ง : ภาษาหมาๆ เนี่ยนะ เหลือเกิน : สาดดดดดดดด...ไม่รู้เด่ะ คุยกวนตีนมั๊ง บางทีก็ดี บางทีก็กวน แล้วมันก็ให้เบอร์กูมา เพราะกูหลอกว่าจะโทรหามัน ซาบซึ้ง : มันให้มึง หรือมึงขอมัน เหลือเกิน : ตอนแรกมันขอกู แต่กูไม่ให้ คุยไปคุยมา มันเลยให้เบอร์กู ซาบซึ้ง : ได้ข้อมูล...กรณีศึกษาอีกแล้วดิ่ เหลือเกิน : ก็คงงั้น เพราะกูต้องลอง ต้องเสี่ยง ฟังเหมือนดูดี...แต่จริงๆ แล้วกูต้องหาเรื่องคุยกะใครก็ได้ซักคน ให้ได้ แล้วคนๆ นั้นต้องเป็นคนที่กูไม่รู้จักมาก่อน จะให้บอกเบอร์อีปีโป้อ่ะเหรอ เห็นๆ อยู่แล้วว่าถ้าบอกไปอนาคตคงไม่รอดโดนตอแยขอมาเจอหรอก ไม่งั้นหูโทสับกูคงโดนมดมาตอมก่อนแน่...แต่ไอ้พอแล้วเนี่ยมันยังไม่ขนาดนั้นไง ยังคุยเป็นภาษาคนอยู่ ถึงจะติดกวนตีนหน่อยก็เหอะ...กรณีศึกษาของกู กูเลือกแล้ว 1 คน คือพอแล้วนี่แหละ... ซาบซึ้ง : มึงใช้เบอร์ไหนโทรหามัน เหลือเกิน : เบอร์ผ่านผ่าน...กูไม่มีทางให้เบอร์เก่าเก่ากูกะคนแปลกหน้า กูเคยบอกกับตัวเองไว้ว่า ตราบใดที่กูคบกะแฟนคนนี้กูจะไม่มีทางบอกเบอร์เก่าเก่านี้ กับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนรู้จักกู ซาบซึ้ง : อย่ามาซึ้งชวนอ้วกแถวนี้...เล่าเรื่องไอ้พอแล้วต่อเลยมึง
เหลือเกิน : หลังจากมันบอกเบอร์กูมา กูก็รอเวลาซักพัก....ขอเวลาทำใจ....เตรียมเรื่องคุย....จะคุยยังไงให้มันรู้ว่าเรากำลังศึกษาข้อมูล...ไม่ แต่กูยังไม่โทร กูส่ง SMS ไปก่อน...แล้วก็คุยเอ็ม...แล้วก็ส่ง SMS ...แล้วก็คุยเอ็ม...แรกๆ ยังไม่มีการโทรคุยกัน...เป็นการคุยผ่านเอ็ม และ SMS…แล้ววันหนึ่งพอแล้วมันก็โทรมาหาจนได้......ได้ยินเสียงมัน หัวใจกูจะวาย
ซาบซึ้ง : อะไรของมึง มันเป่านกหวีดใส่หูมึงรึไง เหลือเกิน : พ่อมึงดิ่....เชี่ย....เสียงมันโคตรเหมือน “น้องอดีต” ของกูเหลือเกิน น้องอดีต ที่กูลืมไม่ลง เหมือนมากกกกกกก ซาบซึ้ง : อ๋อ อีน้องอดีตอ่ะนะ มึงยังไม่ลืมมันอีกเหรอ ป่านนี้คงระเริงอยู่เมกาโน่นแล้ว เหลือเกิน : เออ ดิ่...แม่ง กูเตรียมพูดไรไว้ลืมไปหมดเลย มัวแต่อึ้งย้งกับเสียงมัน ...เรื่องคุยเลยไปเรื่อยเลย จบกัน งานวิจัยพันล้านของกู หลังจากนั้นก็เป็นการคุยทั้งเอ็ม...SMS…และโทรศัพท์...แต่จะเอ็มและ SMS เป็นส่วนใหญ่ โทรน้อยหน่อย เพราะกูมีแฟน กูต้องปิดโทรศัพท์ตอนอยู่กะแฟน ซาบซึ้ง : แล้วมึงได้ศึกษาอะไรกลับมาเป็นข้อมูลมั่ง
เหลือเกิน : ศึกษา เหี้ยไรล่ะ วันๆ แม่งมีแต่ sms ตอบกลับไปกลับมา จะว่าไปก็ได้นิดๆ หน่อยๆ นะ เพราะอย่างน้อยมันก็ปล่อยหมัดฮุคใส่กูอยู่เหมือนกัน เชี่ยกูเกือบเผลอแน่ะ...กูก็เก็บได้จากวิธี และคารม ที่มันใช้..ได้บ้างนะ ไม่ถึงกับมากมาย เพราะไม่ได้คุยกันบ่อยขนาดนั้น แต่อย่างน้อยกูก็ได้กรณีศึกษาใหม่ผ่าน sms นี่แหละ
ซาบซึ้ง : กรณีอารายของมึง แล้วที่ประชุมเห็นด้วยกะมึงมั๊ย
เหลือเกิน : ก็การประชุมครั้งประวัติศาสตร์เรื่องกรณีศึกษาจากแชตนี่แหละ ที่ทำให้กูต้องสูญเสียกรุงไป เป็นการผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่กูต้องจดจำไปตลอดชีวิต อารมณ์เดียวกับที่ไทยต้องเสียกรุงอโยธยาให้กับพม่าเลยมึง...กูเผลอให้เบอร์เก่าเก่า กับมันไป ให้ไปเพราะมันบอกจะโทรมา แต่พอดีอีเบอร์ผ่านๆ มันแบตหมด กูเลยบอกมันว่ากูจะไปประชุม เอาเบอร์ที่ทำงานไปละกัน ที่จริงเบอร์ที่กูว่านี่คือเบอร์เก่าเก่าว่ะ กูก็คิดง่าวๆ ว่าเผื่อมันโทรมาจะได้มีข้ออ้างอิงกะที่ประชุม ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวกันเลยสงสัยสันดานพาไปว่ะ แม่ง กูนิง่าวชิบหาย....พอเข้าที่ประชุมมันก็ไม่เป็นไปอย่างที่กูหวังเลย กูแม่งสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปเลยว่ะ กูเตรียมงานไว้ระดับนึง พอจะเอาไปเสนอได้แล้ว แต่พอถึงที่ประชุม เค้าเปลี่ยนเป็นอีเมอร์เจนซี่ โปรเจค ไปซะงั้น…เรื่องของกูเลยต้องตกไปโดยปริยาย
ซาบซึ้ง : อะไรของมึงล่ะ อีเมอร์เจนซี่ โปรเจคต์น่ะ
เหลือเกิน : โปรเจคต์สร้างสะพานเข้าหมู่บ้าน เพื่อข้ามคลองน้ำเน่า…ดังนั้นแทนที่กูจะได้ไปสอนเรื่องเน็ตและแชต กับเด็ก สก๊อยพวกนั้น ก็กลายเป็นว่ากูต้องไปเป็นกรรมกรสร้างสะพานแทน...โดยปริยาย ...
ซาบซึ้ง : อ้าวก็เหมาะกับมึงดีแล้วนี่ 555
เหลือเกิน : กูก็เลยต้องพับโครงการพันล้านของกูไป...แต่กูก็ยังคุยกะอีคุณพอแล้วนี่อยู่ ทั้งเอ็ม sms แล้วก็โทรศัพท์ ไม่รู้ดิ่ ตอนแรกกูคิดว่า เมื่อโปรเจคต์ไม่ได้ทำต่อแล้ว ก็น่าจะหยุด กลับมาอยู่ที่เดิม...แต่กะพอแล้วมันไม่หยุดเหมือนคนอื่นๆ ว่ะ...
ซาบซึ้ง : มึงหลงคารมมันเหรอ หรือมึงตกหลุมรักมัน.... ไอ้เชี่ย เห็นมะ กูว่าแล้ว...ละมึงได้เจอมันแล้วเหรอวะ
เหลือเกิน : ไม่ใช่อย่างนั้นเว้ย ไม่เคยเจอกันเลยด้วย...อ๋อ...มีครั้งนึง โดยบังเอิญ มันเห็นกูในห้าง แต่กูไม่เห็นมันว่ะ สงสัยจะตกหลุมรักกู อิอิ... หลังจากนั้น ก็คุยกันไปเรื่อย แม่งคุยกันเหมือนสนิทกันมานาน ก็หนุกดี แต่ส่วนมากจะคุยเอ็ม กะ sms โทรคุยน้อยมากๆ ...กูว่ามันต้องมีแฟนแน่ๆ เพราะกูก็บอกมันว่ากูก็มีแฟนแล้ว แต่มันเสือกบอกกูว่า...มันโสด ไม่มีแฟน...เชื่อตายห่าละ… แต่ก็คุยกันเฉยๆ ก็ไม่เคยนัดเจอกันนะ
ซาบซึ้ง : มึงบอกมันว่า มึงมีแฟนแล้ว แล้วมันคุยกะมึงแบบไหน
เหลือเกิน : แม่ง...มันคงไม่สนใจหรอก มันชอบกูไม่ได้ชอบแฟนกูนี่หว่า เดี๋ยวนี้แพะที่ไหนก็คิดงี๊ทั้งนั้น คนมันถึงมีกิ๊ก มีกั๊ก กันทั่วบ้านทั่วเมืองไงมึง...เออ...มันก็บอกว่า..ชอบกู..ไปคอมเม้นไว้ใน hi5 เกือบทุกวัน ส่งเมลมาให้ sms มาให้ ออกแนว...กูชอบมึงนะ แต่มึงมีแฟนแล้ว กูจาทำไงดี...ตกหลุมรัก...ฯลฯ ที่จริงมันก็มาแนวเดียวกะคนอื่นๆ แหละ.... มีคนมาชอบก็รู้สึกดีเด่ะ กูก็เนียนของกูไปเรื่อยๆ คุยกันเหมือนเดิม ขำขำ ชิวชิว คุยเหมือนรู้จักกันมาชาตินึง กูนี่ยิ่งปากมากๆ อยู่ ยิ่งคุยนานเลยยิ่งรู้เช่นเห็นชาติ อะไรๆ ก็พรุ่งพรูออกมา เหมือนกูคุยกะมึงเนี่ย แม่ง ไม่มีกั๊ก มันรู้ว่ากูทำงานอะไรที่ไหน กูก็รู้ว่ามันทำงานอะไร อยู่ที่ไหน ......เออ...มีอยู่ครั้งนึงมันเอาไอติม ฮาเกน ดาซ ของโปรดกูมาให้กูที่ออฟฟิศด้วย อร่อยดี บังอาจเอาของชอบมาล่อให้กูกระดิกหาง แต่เอามาให้ก็ไม่ได้เจอนะ เพราะกูออกไปข้างนอก คงกะจะเอามาเซอร์ไพรส์ เกือบได้เจอหน้ากันมั๊ยล่ะ...จนวันนึงกูเผลอให้เบอร์เก่าเก่าของกูไปอ่ะมึง...เนี่ยแหละผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต ผิดพลาดแบบง่าวๆๆ....พอเลย กูรู้ว่ามึงจะด่ากูใช่แมะไอ้ซาบซึ้ง
ซาบซึ้ง : กูไม่ได้จะด่าซักหน่อย กูจะชมมึงต่างหากว่ามึง ใจดีเหี้ยๆ .....สาดดดดดดดดด 5555 เหลือเกิน : เออ ดี เหลือเกินนะมึง ซ้ำเติมความผิดพลาดของเพื่อน ซาบซึ้ง : อ้าว นี่กูเป็นเพื่อนมึงเหรอเนี่ย ก๊ากๆๆๆ เหลือเกิน : กูก็ว่ามึงไม่น่าใช่หรอก ไอ้สาดดดดดดด...จะฟังต่อมะเนี่ย ซาบซึ้ง : ฟังๆ มึงก็เล่ามาเด่ะ
เหลือเกิน : แม่ง....แฟนมันแม่งโทรมาว่ะ โทรมาหากู....ตายห่าเลยกู อึ้งย้งอีกรอบ.... ไม่ทันตั้งตัวเลยมึง....มันก็พล่ามมมๆๆ เหี้ยไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด แต่ที่สำคัญมันสองคนแต่งงานมีลูกกันแล้วด้วย ....แม่งเหี้ยป่ะล่ะ... กูก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ มันอาจเป็นสิ่งที่กูคาดไว้แล้วก็ได้ กูก็ตอบแฟนไอ้พอแล้วว่า เออ ขอโทษๆๆ (อ้าว ความผิดของกูซะงั้น ไปขอโทษมันทำไมวะ ) จะไม่ยุ่งละ จะเลิก sms จะเลิกคุย แล้วกูก็ทำจริงๆ นะมึง .... พอไอ้พอแล้วมันโทรมา กูก็ด่าแม่งเลย บอกว่าอย่าโทรหาอีก ...หลังจากนั้นกูก็เลิก sms หามัน แล้วก็บล็อกเอ็มมัน
ซาบซึ้ง : เออ จบซักทีเนอะ
(ยัง ยังไม่จบหรอก) คำสารภาพ ตอนที่ 5Chapter 6 : The end ซาบซึ้ง : แล้วมึงหักยังไง เหลือเกิน : ที่จริงแล้ว กูไม่อยากแตกหัก กูไม่อยากทำลายความรู้สึกดีๆ ของคนๆ นึง ... ฟังดูเหมือนชวนอ้วก....แต่กูคิดงี๊จริงๆ ซาบซึ้ง : เออ กูเกือบอ้วกละ .... กูรู้ว่าอย่างมึงอ่ะ ลองเจอแบบนี้ มันต้องหัก ก็มึงมันเหี้ยยยยยยยยยย
เหลือเกิน : สาดดดดดดด มึงจะให้กูทำยังไง จะให้กูไปบอกมันว่าบอกว่า “พลีส......คุณพอแล้ว จ๋า ดาร์ลิ๊งงง ได้โปรด อย่าทิ้งช๊านนนปายยยยยยย งั้นเหรอ”...
เหลือเกิน : มันไม่รู้สึกผิดมั่งเหรอ ทำเรื่องวุ่นวายให้มึงเนี่ย เป็นกูนะ ตามไปเตะปากแตกแล้ว
เหลือเกิน : ที่จริงกูก็รู้ว่าพอแล้วมันก็รู้สึกผิดอยู่นะ .....ใช่ๆ มันคงรู้สึกผิดแหละ เพราะมันมาคอมเม้นใน hi5 กูหลายอันอยู่ แต่อารมณ์กูประมาณว่าโกรธจัดเลยไง ไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้กะกูมาก่อน แล้วไอ้พอแล้วนี่มันเป็นใคร ถึงมาทำกูเดือดร้อนได้ขนาดนี้ ถ้าไอ้สาระแนแฟนมัน เอาหมายเลขบัตรประชาชนกูไปทำมิดีมิร้ายล่ะ กูจะรู้ได้ไง ว่ามันสันดานดี หรือสันดานโจร...สรุปคือ กูโกรธมาก ไม่งั้นก็ไม่ไปแจ้งความ กับโทรไปด่าดีแทคหรอก
ซาบซึ้ง : มึงทำแค่เนี่ยะนะ ทำไมมึงไม่บอกกู แม่ง เดี๋ยวกูพาพวกไปถล่มมันเลย
เหลือเกิน : มึงจะพาพวกมึงไปหามันที่ไหน ที่อยู่มันกูก็ไม่รู้ มึงจะพาพวกไปเตะหมาข้างถนนเหรอ... แต่ถึงกูรู้กูก็ไม่ไปหรอก เดี๋ยวเรื่องไม่จบ กูชอบเหี้ยในแบบของกู ไม่ต้องลงไม้ลงมือ
ซาบซึ้ง : แล้วมึงทำเหี้ยไรล่ะ
เหลือเกิน : กูเขียนเรื่อง เรื่องนึงในเสปซกู โดยพาดพิงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วสำนวนการเขียนกูมันคงโดนใจมั๊ง แม่งไอ้พอแล้วมันก็เข้ามาอ่าน พออ่านแล้วมันท่าจะร้อนตัวแหละ เลยด่ากูด้วย ชวนโคตรเหง้าเหล่ากอ ญาติโก โหติกา ของมันมาอ่านด้วย มาว่าประชดประชันกันใหญ่ จนสเปซกูทุบสถิติมีผู้มาเยี่ยมชมประมาณ 3 ร้อยคนต่อวันนะมึง ผ่านไป 3 วัน แม่งมีเกือบพัน กูเลยต้องปิดสเปซกูชั่วคราว เอารูปออก เอาบล็อกออก จนเหลือแต่สมุดเยี่ยมเนี่ยแหละ
ซาบซึ้ง : สาดดดด กูก็ว่า เข้าไปดูสเปซมึง แม่งไม่มีไรเลย แล้วใน hi5 ล่ะ
เหลือเกิน : เออ ลืมเล่า คือใน hi5 เนี่ย กูก็ไปเม้นว่ามันยาวเป็นวา...บอกประมาณว่า จะอะไรกะกูกันนักกันหนา คบรึก็ไม่เคย เจอกันรึก็ไม่เจอ บอกมันให้ดูแลครอบครัวดีๆ ที่เคยเอาบทสวดอุทิศส่วนกุศลให้น่ะ ให้จริงๆ ไม่ได้ให้เล่นๆ สัพเพสัพตา อเวราโหนตุ...แล้วก็หวังว่าคงไม่ได้ได้เจออีกทั้งในเอ็มและ hi5.... ประมาณนี้แหละ.... กูยังโกรธอยู่ไง กูไม่อยากให้มันมาทำแบบนี้อีก....ถ้ากูไม่เขียนแรงๆ แบบนั้น มันก็คงไม่หยุด
ซาบซึ่ง : มึงเขียนเหี้ยมากเลยเหรอ ทั้งในคอมเม้น hi5 และเรื่องของมึงในspace น่ะ
เหลือเกิน : กูยอมรับว่าเรื่องใน space ของกู กูเขียนได้เหี้ย แต่เม้นใน hi5 กูไม่ได้เขียนแรงนะมึง แต่ถ้าคนอื่นอ่านก็จะเห็นว่ามันแรง..... แต่กูว่า มันคงดีกว่ากูพูดออกมาจากปากนะมึง… แล้วมันก็มาว่ากูใน hi5 หาว่ากูไปหาเรื่องมัน...อ้าว แสดดด ถ้ากูไม่เขียนไป ป่านนี้มิวสิควิดีโอ พร้อมเนื้อเพลง ทุกเพลงในโลกนี้ คงยกขบวนกันมาอยู่ในหน้าแพจ hi5 กูแน่
ซาบซึ้ง : กูว่ามึงพูดกะกู คงเหี้ยกว่ามึงเขียนให้มันอีกมั๊ง 55
เหลือเกิน : มันแรงด้วยความหมายว่ะ... กูมานั่งอ่านอีกที ถ้ากูเป็นมัน กูก็อึ้งเหมือนกัน...คงคิดว่า อะไรวะ ที2-3 อาทิตย์ก่อนมึงยังคุยกะกูซะเหมือนสนิทกันมานาน แต่ไหงตอนนี้มาเขียนเหี้ยๆ ด่ากันแบบนี้...ประมาณนั้น... คงติดอยู่ในหัวมันปีอีกนานว่ะ
ซาบซึ้ง : แล้วมันด่ามึงว่าไง
เหลือเกิน : มันไล่ให้กูไปฟังธรรมมะ มันด่ากูว่า “แรด”....อย่าไปแจกเบอร์เอ็มให้ใครมั่วอีก...สงสารแฟนตัวเองมั่ง .... ไอ้พอแล้วนี่มันด่ากู แบบลืมกลับไปมองดูตัวเองเลยมึง
ซาบซึ้ง : อ้าว นี่มึงเป็นผู้หญิงเหรอ มันถึงด่ามึงว่า แรดน่ะ
เหลือเกิน : เออ เด่ะ นั่งคุยมาตั้งนาน มึงเห็นกูเป็นผู้ชายรึไง ซาบซึ้ง : ป่าว กูนึกว่ามึงเป็น กระเทย กร๊ากกกกกกกก
เหลือเกิน : ที่จริงกูก็ไม่ได้จะแจกเบอร์เมลใครมั่งหรอก นี่ถ้ากูไม่ต้องทำโปรเจคต์พันล้านอันนั้นนะ กูก็ไม่ต้องไปเล่นไอ้เวบ บล็อก ทำไดฯ อะไรพวกนั้นหรอก
ซาบซึ้ง : แล้วไอ้พอแล้วมันหายไปเลยรึเปล่า
เหลือเกิน : เออ หายไปเลย แต่ก่อนหายไป มันก็เข้ามาคุยกะกูในเอ็ม เมื่อครั้งสุดท้ายนี่แหละ บอกว่าให้มาสงบศึกกัน กูก็เออ ได้ เพราะกูไม่อยากมีเรื่องมีราวอีก กูก็ยอม แล้วก็อย่าให้นังสาระแน แฟนมันมาหาเรื่องกูอีก เป็นอันจบ กูก็บล็อกเอ็มมันทุกอัน มันก็ดีลีทชื่อกูออกจาสารระบบมัน ทั้งเอ็ม, hi5, zorpia แต่ยังมีส่งฟอร์เวิร์ดเมลมา สงสัยลืมลบทิ่งจากลิสต์มั๊ง แต่ก็ช่างมันเหอะ
ซาบซึ้ง : ถามจริงเหอะ ไอ้เหลือเกิน มึง รู้สึกผิดมั่งมั๊ยเนี่ย
เหลือเกิน : รู้สึกดิ่.... ตอนนั้นไม่รู้สึก แต่ตอนนี้รู้สึก กูมาคิดดู ที่จริงกูไม่ได้โกรธมัน กูโกรธ อีนังสาระแนมากกว่า แต่เรื่องทั้งหมดก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามันไม่พยายามทำตัวอย่างนี้ แต่ก็นั้นล่ะนะ ชีวิตคน ชีวิตคู่ ถึงมันเลือกได้ แต่มันก็ไม่ได้เลือก พอได้คนผิดก็พยายามจะหาใหม่ มันคงไม่ได้หม้อกะกูแค่คนเดียวหรอก ถึงจะจบเรื่องนี้ที่กู กูว่ากรณีต่อไปมันก็เกิดขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่มันสองคนยังเข้าใจกันไม่ได้.... กูก็ได้แต่ภาวนาให้ลูกมันไม่มีปมด้อยใดๆ.....เฮ้ย สงสารลูกมันนะ ที่ต้องมาเจอปัญหาครอบครัว แต่นั่นมันก็เรื่องของครอบครัวมัน กูแค่คิดว่า กูไม่อยากเป็นมือที่ 3 ของมันสองคนแค่นั้นแหละ กูถึงเลือกทำเรื่องเหี้ยๆ อย่างนี้ไง ตอนนี้ก็เซ็งนิดนึง โดนด่า โดนข่าวลือ แบบเหี้ยๆ หลายอย่าง ทำไงได้ ต้องทำใจ เอาแค่พวกมึงเข้าใจกูถูกก็พอ กูไม่สามารถไปจ้างล็อบบี้ยิสต์ มาสร้างความนิยมกลับคืนให้กูได้เหมือนไอ้หน้าเหลี่ยมนะ
ซาบซึ้ง : ที่จริงกูว่า มึงไม่ได้ผิดอะไรมากมายนะไอ้เหลือเกิน อย่างน้อยเรื่องที่มึงเขียนก็ส่วนตัวอยู่ มึงเขียนไว้ในสเปซส่วนตัวมึง มันเสือกเข้ามาอ่านแล้วร้อนตัวเองนี่หว่า กูอ่านดูก็แม่งไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ไอ้ห่า....คู่กรณีมึงก็เยอะเหลือเกินนะ ตอนแรกกูไม่รู้หรอกว่าเป็นไอ้นี่ กูนึกว่าเป็นอีกคน
เหลือเกิน : เออ แต่กูว่ามันฟิวขาดตั้งแต่ที่กูไปโพสต์ไว้ใน hi5 มันนั่นแหละ แล้วในสเปซ ก็ช่วยตอกน้ำ ให้จิตใจมันย่ำแย่ลงไปอีก.... เหมือนประมาณโดนมีดกรีด แล้วโดนน้ำเกลือราดอะไรประมาณนั้นอ่ะ .... ตอนนี้กูคงกลายเป็นคนสันดานหมาในความรู้สึกมันแล้วแหละ
ซาบซึ้ง : มึงนี่.......ทำตัวหมาๆ ทั้งคำพูด และตัวหนังสือเลยนะมึง.... แต่กูมองที่เจตนามึงว่ะ ไอ้เหลือเกิน ถ้าเจตนามึงดี กูก็โอเค ถึงจะหมา แต่กุก็รับได้... มึงด่า เพื่อให้คนคนนึงที่มึงรู้สึกดีด้วยเกลียดมึง กูว่ามึงนี่กล้า ’โคตรพ่อ แล้วนะ แต่มึงทำอย่างนั้นแล้วมึงอย่ามานั่งซึมเด่ะ กูรู้สึกว่ากูมีเพื่อนเป็นหมาใกล้ตายว่ะ ฮ่าๆๆ
เหลือเกิน : กูเคยทำแบบนี้กับหลายคนอยู่นะมึง ตะคอก......ด่า.....ไล่...... เค้าก็ไปจริงๆ ตามคาด แต่กูก็ไม่ได้แม้แต่ความเป็นเพื่อน สงสัยสันดานนี้กูแก้ไม่หายจริงๆว่ะ ....ทุกคนที่กูไปทำร้ายจิตใจเค้า พอกูทำเสร็จ กูก็ไม่ได้มานั่งสบายใจหรือเป็นสุขเลยนะมึง กูก็เศร้าของกูไปหลายวัน เหมือนกรณีไอ้พอแล้วนี่อีก มันยังตามไปหลอกหลอนกูในฝันเลยอ่ะ คืนก่อน กูฝันว่ามันตายแล้ว มันตายเพราะเสียใจเรื่องกู แม่งตื่นมาอารมณ์เศร้าคูณสอง
ซาบซึ้ง : แต่ในที่สุดมึงก็จะหายเศร้าเองว่ะ...เอาเหอะ มันผ่านเข้ามา ....แล้วมันต้องผ่านไป เหลือเกิน : มึงว่ากูจะเลิกทำเหี้ยอย่างนี้ได้มั๊ยว่ะ ซาบซึ้ง : ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครมาตกหลุมรักคนสันดานอย่ามึงอีกมั๊ย เหี้ยๆ อย่างมึงนี่ คงมีไม่มากหรอกมั๊ง ฮ่าๆๆๆๆ เหลือเกิน : สาดดดดด เป็นคำปลอบใจที่ดีมากเลยนะไอ้ซาบซึ้ง ซาบซึ้ง : เอาเหอะ ถึงใครจะรับมึงไม่ได้ แต่ยังไงกูก็รับสันดานเหี้ยๆ อย่างมึงมาได้ตั้ง 20 ปีละกัน ยังไงกูก็เข้าใจคนสันดานหมาอย่างมึงล่ะน่า เหลือเกิน : เออ ก็มันหมาๆ เหมือนกันนี่หว่า 55555 ซาบซึ้ง : คิดไรมาก ป่ะ....แดกเหล้า!!!!! เหลือเกิน : เออ ป่ะ .................มึงเลี้ยงนะ กูจะได้เลิกเศร้า ซาบซึ้ง : เออ ได้อยู่แล้ว
แล้วทั้งสองหมา เอ๊ยยย ทั้งสองคน ก็ไปร่ำสุรากันอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง DisappointmentTalking between you and me never solves anything.
Where I think, you feel.
I'm a woman --, creature of the heart.
Disappointment, I got.
Disappointment doesn't kill
Right, rejection kills.
Disappointment only maims. I am a woman.
I am a woman. I don’t say what I want...
But I do reserve the right to get pissed off when I don’t get it.
That’s what makes me so fascinating, and not a little bit scary.
'AOMOA' |
|
|